FranKy's profile[ F r a n k y ]PhotosBlogListsMore Tools Help

FranKy De Luffy

Occupation

Windows Media Player

[ F r a n k y ]

F r a n k y D e s i g n ' 0 6
October 07

Art fest not Design Fest ?

เป็นอีกหลายๆ กิจกรรมที่น่าสนใจ
 
จำกัดความขึ้นมาเอง... Art Festival --> indie
 
ซึ่งบังเอิญมาจัด ช่วงเวลาใกล้เคียงกับ Bangkok Design Festival ---> intrend, Modern
 
แน่นอนทั้งสองงานมีกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันแน่นอน
 
แต่ เอนิเวย์เนี่ย มันน่าสนใจ ไม่แพ้กันเลยที่เดียว
 
จุดเล็กๆ บางจุด อาจสร้าง Inspiration ที่ยิ่งใหญ่ได้อีกมากมายทีเดียว
 
แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือ...มันดันมาในช่วงสอบ กส. !!!
 
ไม่สุดๆ เซ็งเบาๆ
 
- - - - -
schedule ของ Art Festival
 

ระหว่างวันที่  18  ตุลาคม  2551  ถึง  2  พฤศจิกายน  2551

พบความหลากหลายจากศิลปินหลายหลาก 

นิทรรศการทัศนศิลป์  ศิลปะจัดวาง  การแสดงสด 

อ่านบทกวี  วีดีโอ  ละครเวที  ละครใบ้ 

คอนเสิร์ต  ภาพยนตร์  และการออกร้าน 

(กิจกรรมต่างๆ  มีให้ชมกันทุกวัน)

  สถาบันปรีดี  พนมยงค์  ซอยทองหล่อ  ถนนสุขุมวิท  55

โทรศัพท์  02-3813860-1  เว็บไซต์  http://www.pridiinstitute.com

 

เปิดงาน  

เสาร์ที่  18  ต.ค. 2551 

เวลา 13.00น.          ลงทะเบียน

เวลา 13.30 น.         ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ ศิลปินเลือกข้างกับศิลปะทางเลือก

โดย ผศ.อำนาจ  เย็นสบาย กรรมการมูลนิธิปรีดี  พนมยงค์ 

และรองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 เวลา 13.50 น.        รายงานความเป็นมา โดย สินธุ์สวัสดิ์  ยอดบางเตย

 เวลา 14.00 น.        พิธีเปิดงานเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์  โดย  สุพจน์  ด่านตระกูล  นักคิด-นักเขียนอาวุโส  /  ไกรศรี  ตุลารักษ์  เสรีไทย  และ  ชมัยภร  แสงกระจ่าง  นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

เวลา  14.30 น. และ 19.30 น.                 การแสดงละครใบ้และหุ่นสาย โดย baby mime & ท๊อป แกะดำ ดำ 

เรื่อง “Corruption”

เวลา  14.00 น.ถึง 20.00 น.   การแสดงเดี่ยว  โดย  สุนทร มีศรี  เรื่อง “Being John A.Lone”

เวลา  19.30 น.        พระจันทร์เสี้ยวการละคร เรื่อง   หยดน้ำตาในทะเล

ชมนิทรรศการ  ย้อนรอยศิลปะโปสเตอร์การเมือง  ระหว่างวันที่ 18 จนถึง 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

นิทรรศการ ศิลปะกับสังคม 2551 : ศิลปะนานาพันธุ์  จัดแสดงระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม จนถึง 2  พฤศจิกายน พ.ศ. 2551  ผลงานของ : สุชาติ  สวัสดิ์ศรี, ไมตรี ลิมปิชาติ, สินธุ์สวัสดิ์  ยอด บางเตย, พิทักษ์ นิรภัย, ชัยวัฒน์ ลิ้มเศรษฐานุวัต, ไมตรี หอมทอง, รุ่งนภา ยืนยงวนานนท์, อรรถวิท บุญวรรณ, สุพรรณ อินสมตัว, ญิบ พันจันทร์, ชวิน ถวัลย์ภิยโย, เรืองรอง  รุ่งรัศมี, ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์, กลุ่มใจเดียวกัน, นพพิมาน อนันต์อิทธิกุล, สิทธิเดช โรหิตะสุข, สุจิน  สังวาลมณีเนตร, ประยูร  สุวรรณานุพงศ์,ดนย  บุญทัศนกุล, เดชา  รินทพล, สุรศักดิ์  พันธ์บุตร,สมชาย บำรุงวงศ์, DEMOCRAZY STU.  ฯลฯ

 

ศิลปะ

-นิทรรศการศิลปะกับสังคม  2551  จากศิลปินหลากหลาย  เปิดแสดงตั้งแต่  18 ต.ค. 2 พ.ย. 2551

-นิทรรศการ  ย้อนรอยศิลปะโปสเตอร์การเมือง  18 20  ต.ค.  2551

-ศิลปะจัดวาง  โดย  Democrazy Stu.  ห้องกระจก  (ซ้าย)  22-26  ต.ค. 2551

 

ละคร

-Baby Mime  &  ท็อป แกะดำ ดำ  เรื่อง  The Corruption  หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ 

18/19 ต.ค. 2551  เวลา  14.00  น.  และ  19.30  น.  (ชมฟรี)

โทร.086 5227894  www.vrbabymime.com

-การแสดงเดี่ยว โดย สุนทร มีศรี  เรื่อง  Being John Alone - จอห์นทราบข่าวความฝันแบบอเมริกันชนพังทลายลงในเดือนกันยายน  ผู้มาเยือน  จากสยามประเทศเล่าถึงสงครามเวียดนาม  อันเป็นนิทานไม่รู้จบของคนอเมริกัน  และประสบการณ์ในไทยก่อน 14 ตุลา

บริเวณโดยรอบสถาบันฯ  18-31 ต.ค. 2551 เวลา 14.00-20.00 น.  (ชมฟรี)

-พระจันทร์เสี้ยวการละคร  เสนอเรื่องราวของทะเลและเรื่องรายรอบ  เรื่อง  หยดน้ำตาในทะเล (Sea Beside)”    Crescent Moon Space  18/19/21/22/23/24/25/26 ต.ค. 2551  เวลา  19.00 น.

บัตรราคา 200 บาท /นักเรียน นักศึกษา  150  บาท  โทร. 081 2596906 และ 081 6124769 (ผู้ชม 30 คน/รอบ)

www.crescentmoontheatre.com

-บีฟลอร์  เสนอละครแนว physical theatre  เรื่อง  แผ่นดินอื่น  -  ผู้คน  พื้นที่  การเดินทาง  และความเป็นอื่น  แรงบันดาลใจจากรวมเรื่องสั้น  แผ่นดินอื่น  ของ  กนกพงศ์  สงสมพันธุ์ 

หอประชุมพูนศุข พนมยงค์  22/23/24/25/26 ต.ค. 2551  เวลา  19.30  น.

บัตรราคา 250 บาท  โทร. 089 6679539  www.bfloortheatre.com

-กลุ่มบางเพลย์  เสนอละครสะท้อนชีวิตคนเมือง  เรื่อง  มหานคร  2008 

ห้องกระจกขวามือ  21/22/23/24/25/26 ต.ค. 2551  เวลา  19.30 น. (เสาร์-อาทิตย์  เพิ่มรอบ 14.00 น.)

บัตรราคา 200 บาท/  นักเรียน นักศึกษา ราคา 150 บาท  โทร.085 1498382 และ 02 3779732

www.bangplaytheatre.com

-เครือข่ายหน้ากากเปลือย  ละครเร่เรื่อง  ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน  ดัดแปลงจาก The Alchemist ของ Paolo Coelho   ลานน้ำพุ  25/26 ต.ค. 2551  และ  1/2  พ.ย. 2551  เวลา  18.00 น. (ชมฟรี)  โทร.  086 7221435

www.nakedmasks.com

-8 x 8  เล่าเรื่องจินตนาการ  หุ่นและหน้ากากประกอบการเคลื่อนไหว เรื่อง สงครามดอกไม้  แสดงเดี่ยวโดย  นิกร  แซ่ตั้ง 

ลานน้ำพุ  30 ต.ค. 2551  เวลา  19.30 น. (ชมฟรี)  โทร.  081 6857588  www.theatre8x8.com

- Drama Cra(z)cy  ละครเรื่อง  เจ้าชายน้อย  in the Name of Buddha”  การเดินทางครั้งใหม่ของเจ้าชายน้อย ซึ่งสะท้อนภาพการแสวงหาทางหลุดพ้นของพระพุทธเจ้า

ลานน้ำพุ  31 ต.ค. และ 1/2  พ.ย. 2551  เวลา  17.00 น.  (แสดงร่วมกับการแสดงสดของกลุ่มประสามิตร) (ชมฟรี)

 

คอนเสิร์ต

-วงดนตรี Stylish Nonsense,   Bear-Garden  และ อัศจรรย์จักรวาล

ลานน้ำพุ  31 ต.ค. 2551  เวลาประมาณ  19.30 น. ถึง  23.00 น.

Stylish nonsense – http://pandarecords.com

Bear Garden http://bear-garden.pandarecords.com

อัศจรรย์จักรวาล http://myspace.com/holycosmonaut

-วงดนตรี  ภูมิจิต    คอนเสิร์ตเล่าเรื่องด้วยภาพ

หอประชุมพูนศุข  พนมยงค์  1 พ.ย. 2551  เวลา  19.00-22.00 น.  บัตรราคา  200  บาท

โทร. 02 2165709  www.myspace.com/poomjit

-วงดนตรี  Zassy Diva : Open Floor   คอนเสิร์ต  open floor  ไม่ใช่การเปิดฟลอร์ที่ให้นักเต้นมาประชันฝีเท้า แต่เป็นการเปิดหูเปิดตาผู้ฟังมาสู่โลกแห่งศิลปะเหนือจริง

หอประชุมพูนศุข  พนมยงค์  2 พ.ย. 2551  เวลา  18.00-20.00 น.  (ชมฟรี)

โทร. 081 6955775  www.myspace.com/zassydiva

 

ศิลปะการแสดงสด

-กลุ่มประสามิตร  รายการ  คืนนี้มีโชว์  และ  Drama Cra(z)cy  การแสดงละครเรื่อง  เจ้าชายน้อย in the Name of Buddha”  ลานน้ำพุ  31 ต.ค. 2551  เวลา  17.00-18.00 น.

-สินธุ์สวัสดิ์  ยอดบางเตย   การแสดงสดชุด  ขับขานฉัน 

ลานน้ำพุ  31 ต.ค. 2551  เวลา  18.00-18.15 น.

-วีดีโอ แสดงสด  และบทกวี  โดย  ณัฐณรัณ บัวลอย, ทักษิณา  พิพิธกุล, daysleeper, กฤชชัย  ชัยรัตน์เมธี, ทศวรรษ  พัวประเสริฐ, ชลิต กังวาราวุฒิ,ชญานี  ศรประทุม, สาธิต รักษาศรี,สินีนาฏ  เกษประไพ,คานธี  อนันตกานต์, มงคล  เปลี่ยนบางช้าง, กฤช  เหลือลมัย, นพวรรณ  ศิริเวชกุล, ธนพนธ์  รุ่งจริวัฒน์, Chitose  Miyashita  และสราวุธ   

ลานน้ำพุ  31 ต.ค. 2551  เวลา  18.15 น. เป็นต้นไป

 

วีดีโอ

-วีโอเงียบ ชุด  ไม่มีอะไรจะพูด  โดย  53  ศิลปิน  วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง, ทรงยศ  สุขมากอนันต์, ชูเกียรติ  ศักดิ์วีระกุล, กรกริช  เจียรพินิจนันท์, ทวีศักดิ์  ศรี ทองดี, โสรยา นาคะสุวรรณ, อโนชา สุวิชากรพงศ์, จักรกฤษณ์ อนันตกุล, ธีระวัฒน์ มุลวิไล, ภาณุ อารี, บุญชัย อภินทนาพงศ์, ไกรวุฒิ จุลพงศธร,  จุฬญาณนนท์  ศิริผล, สุรชาญ  มั่นคงวงศ์ศิริ, สถิต  ศัตรศาสตร์, ปฐมพล  เทศประทีป, โอฬาร  เนตรรังษี, ปราโมทย์  แสงศร,วิรัส ยั่งยืน, ศาสตร์  ตันเจริญ, พิชชานันท์ เลาหพรสวรรค์, กิตติศักดิ์  ลิมวัฒนานนท์, นพพันธ์  บุญใหญ่, พัลลภ  ฮอหรินทร์, วิชาติ  สมแก้ว, มนต์ชัย  ฉัตรบำรุงสุข, นนทวัฒน์  นำเบญจพล, มารุต  เหล็กเพชร, Sunday  Syndrome, สุชาดา  สิริธนาวุฒิ,

สมพจน์  ชิตเกสรพงศ์, สิทธิเดช  โรหิตะสุข, ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ,สายฟ้า  ตันธนา, ธัญสก  พันสิทธิวรกุล ฯลฯ

(ฉายผลงานของ  53  ศิลปินไปพร้อมๆ  กับการแสดงสด  การอ่านบทกวี  และแสดงดนตรี)

ลานน้ำพุ  31  ต.ค.  2551  หลัง  19.00 น.  โดยประมาณ 

โทร. 087 5994878  www.thaiindie.com  และ  www.thaifilm.com  อีเมล 35nothingtosay@gmail.com

 

ภาพยนตร์

-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์  โครงการ  ภาพยนตร์ทัศนะวิจารณ์ 

หอประชุมพูนศุข  พนมยงค์  19 ต.ค. 2551  เวลา  18.00 น.

-ฉายภาพยนตร์ในห้องสมุดฯ  เรื่อง  The 11th  Hour  (2007) ภาพยนตร์โดย ลีโอนาร์โด  ดิคาปริโอ

20 ต.ค. 2551  เวลา  19.00 น.

-ฉายภาพยนตร์ในห้องสมุดฯ  เรื่อง  Torn Curtain (1966)  ภาพยนตร์โดย อัลเฟรด ฮิทช์คอค

27 ต.ค. 2551 เวลา  19.00 น.

-ฉายภาพยนตร์ในห้องสมุดฯ  เรื่อง  The Kite Runner (2007)  จากบทประพันธ์ของ Khaled Hosseini 

28 ต.ค. 2551  เวลา  19.00 น.

-ฉายภาพยนตร์ในห้องสมุดฯ  เรื่อง  L’ Iceberg (2007)  ภาพยนตร์ฝรั่งเศส

29 ต.ค. 2551  เวลา  19.00 น.

 
October 02

HBD

วันเกิด ผ่านไปอีกปี มีความสุขมากๆนะคับ แฟ้งกี้
 
ไม่มีไร เป็นวันติวกส. โดยชมรมศิษญ์เก่า
 
เพื่อนรวมตัว ตอนเย็นกินข้าวกัน
 
ฮาๆ
August 26

“ทักษิโณมิกส์”

    นิวส์วีค(NEWSWEEK)ยกย่อง“ทักษิโณมิกส์”ระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ครองความนิยมในเอเชีย 

    นิวส์วีค นิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกาที่เคยขึ้นปก 4 ผู้นำในเอเชียและมีรูปของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นหนึ่งในผู้นำทั้ง 4 คนรวมอยู่กับนายหม่า อิง จิ่ว ผู้นำของไต้หวันนายลี เมียง บัก ประธานาธิบดีนักธุรกิจของเกาหลีใต้ และ นายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ภายใต้บทความที่นำเสนอในชื่อว่า The Politics of Practical Nostalgia หรือ การเมืองแห่งการโหยหาอดีตที่ทำได้จริง

    ล่าสุดนิตยสารนิวส์วีคฉบับประจำวันที่ 1 กันยายน 2551 ซึ่งออกวางตลาดในเร็วๆนี้ได้ลงตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอีกครั้งในบทความที่มีชื่อว่า A Leader Who Looms/ ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่าน โดยเนื้อหาของบทความชิ้นนี้ได้ยกย่อง “ทักษิโณมิกส์” ว่าเป็นนโยบายที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชียอย่างกว้างขวาง มีผู้นำในแถบเอเชียหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียแม้กระทั่งประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดียก็ยังเดินตามรอย “ทักษิโณมิกส์” ของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย

    แถมไม่พลาดที่จะเหน็บพวกปัญญาชนว่า “พวกปัญญาชนผู้รอบรู้เคยหัวเราะเยาะทักษิณแต่นโยบายเศรษฐกิจแบบประชานิยมของเขากำลังได้รับความนิยมแพร่หลายในเอเชีย”

    นอกจากนี้นิวส์วีคยังกล่าวยกย่องชมเชยกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของทักษิณที่ออกมาในรูป “นโยบายคู่ขนานหรือทักษิโณมิกส์” ว่าเป็น“ความคิดที่ฉลาดหลักแหลม” พร้อมเอ่ยชมอดีตนายกฯทักษิณว่าเป็น “นักคิดทางเศรษฐกิจผู้ยิ่งใหญ่”

    โดยในตอนท้ายนิวส์วีคสรุปว่า “นโยบายคู่ขนานที่เฉียบแหลม” นั้นมันทำงานได้ผลจริงๆ

    สำหรับ George Wehrfritz แห่งนิตยสาร NEWSWEEK ผู้เขียนบทความ A Leader Who Looms/ ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่านนี้เคยเขียนบทความเรื่อง Buddhist Economics/พุทธเศรษฐศาสตร์ มาแล้วเมื่อต้นปี 2007

    ==============

    ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่าน

    ถอดความภาษาไทยโดย Thinking in ink 

    พวกปัญญาชนผู้รอบรู้เคยหัวเราะเยาะทักษิณแต่นโยบายเศรษฐกิจแบบประชานิยมของเขากำลังได้รับความนิยมแพร่หลายในเอเชียแม้กระทั่งจวบจนวาระที่เขาอำลาประเทศไทย

    โดย จอร์จ เวอห์ฟริซส์
    นิตยสารนิวส์วีคระหว่างประเทศ
    ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม 2551

    ในศัพท์ทางการเมือง คุณทักษิณ ชินวัตรเป็นได้ทุกอย่างยกเว้น “ผู้สูญเสียอำนาจ” เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วอดีตนายกรัฐมนตรีแอบดอดเดินทางไปต่างประเทศมุ่งสู่คฤหาสน์หลังงามในอังกฤษของเขาอย่างเงียบๆ  เป็นการจบความคาดหวังที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าการกลับคืนสู่มาตุภูมิด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะของเขาเมื่อเดือนมกราคมอาจเป็นลางบ่งบอกถึงการหวลกลับคืนสู่เวทีการเมืองระดับชาติอีกครั้งจากที่ต้องลี้ภัยอยู่หลายเดือนหลังถูกโค่นล้มอำนาจจากการทำรัฐประหารอย่างไม่เสียเลือดเนื้อเมื่อปี 2549

    คุณทักษิณได้ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุที่ต้องบินไปยังอังกฤษครั้งนี้ว่า ข้อกล่าวหาเรื่องเส้นสายแห่งการคอร์รัปชันและข้อกล่าวหาอื่นๆกำลังถูกนำเข้าสู่การพิจาราณาคดีในชั้นศาลไทย “ที่มีธงตั้งไว้แล้วล่วงหน้าเพื่อจัดการกับผมและครอบครัว” การลี้ภัยแบบคาดไม่ถึงของมหาเศรษฐีพันล้าน(เหรียญสหรัฐ)ผู้สร้างฐานะด้วยตนเองครั้งนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงถึง ความถูกต้องของข้อกล่าวหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ ทั้งเรื่องที่ทางกรุงเทพฯควรดำเนินการเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่และตัวจักรทางการเมืองของคุณทักษิณในอนาคต

    แต่แทบไม่มีการกล่าวถึงผลงานที่อยู่ยืนยงสถาพรของคุณทักษิณเลย นั่นคือ: “การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก” ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประเทศกำลังพัฒนา  ในการโปรโมทตัวเองนิดหน่อยอย่างไม่ต้องอาย คุณทักษิณประทับตรายุทธศาสตร์การพัฒนานี้ว่า “ทักษิโณมิกส์” ยุทธศาสตร์นี้ถูกนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียงว่าเป็นนโยบายเพื่อยกระดับฐานะของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่เขาลงสมัคร – ชาวไทยชนบท – ให้พ้นจากความยากจน  นโยบายทักษิโณมิกส์ถูกนำไปใช้ปฏิบัติจริงหลังจากที่เขาชนะเลือกตั้งกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลเมื่อปี 2544 ความคิดริเริ่มของคุณทักษิณได้พลิกฟื้นความเสียหายที่เกิดจากวิกฤติการเงินเอเชียช่วงปี 2540-41 และทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วจนเป็นที่อิจฉาในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ปัจจุบันนี้ นโยบายเศรษฐกิจที่หยิบยืมมาจาก“ทักษิโณมิกส์” กำลังถูกนำไปใช้เพิ่มมากขึ้นทั่วทั้งกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียเพื่อจัดการกับปัญหาเดียวกันที่เคยระบาดในประเทศไทยช่วงปลายทศวรรษ 1990 และในตอนนี้ได้คุกคามทั่วทั้งภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง:  การพึ่งพาตลาดส่งออกจากอีกประเทศหนึ่งมากเกินไป การพัฒนาแบบไม่เท่าเทียมในประเทศและ ช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวยและคนจนที่เพิ่มถ่างมากขึ้น

    นักวิพากษ์วิจารณ์ได้ประณามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของคุณทักษิณว่าเป็น “นโยบายประชานิยมที่ผลาญเงินงบประมาณอย่างมหาศาล” แต่ผู้ที่ไม่ยอมรับนโยบายของทักษิณเหล่านี้ต้องรีบเปลี่ยนความคิดอย่างรวดเร็ว เมื่อนโยบายประชานิยมอย่าง การพักหนี้เกษตรกรและกองทุนหมู่บ้านได้กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการให้เกิดขึ้นในระดับรากหญ้าและการปรับปรุงสวัสดิการพื้นฐานที่อ่อนแอของประเทศไทยให้ดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้มีโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค(เกือบฟรี) ได้ช่วยปลดปล่อยครัวเรือนในชนบทให้เกิดการออมน้อยลงและออกไปจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น(ยกระดับการบริโภคภายในประเทศ) คุณทักษิณเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่า “การพัฒนาแบบคู่ขนาน” หรือ “การพัฒนาเศรษฐกิจทวิวิถี” ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์จากตลาดภายในประเทศมากขึ้นควบคู่ไปกับภาคการส่งออกและมันทำงานได้ผลจริงๆ

    แน่นอนว่า หนี้สาธารณะได้เพิ่มสูงขึ้นแต่ก็ชดเชยด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและรายได้จากภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวเกือบ ร้อยละ 6 ต่อปีจากปี 2544-2549 โดยพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออกที่ลดลงและจริงๆแล้วช่องว่างระหว่างรายได้ของประเทศไทยก็หดแคบลงในขณะที่ระยะห่างระหว่างคนมั่งมีและคนยากจนกลับกว้างมากขึ้นทุกหนแห่งในภูมิภาคเอเชียอย่างเห็นได้ชัด

    ระบบคิดในการดำเนินกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของทักษิณในตอนนี้ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็น “ความคิดที่ฉลาดหลักแหลม” นโยบายประชานิยมที่เน้นการเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสในการจ้างงานและการบริการสังคมขั้นพื้นฐานสามารถเปลี่ยนโฉมจากภูมิภาคที่เสียเปรียบกลายเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้

    ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ซูซิโล บัมมัง ยุดโดโยโนได้เดินตามรอย “ทักษิโณมิกส์” ในการช่วยเหลือครัวเรือนที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นโดยออกมาตราการใช้เงินอุดหนุนพยุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศเพื่อไม่ให้คนยากจนต้องใช้น้ำมันแพง หรือ นายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีของอินเดียได้ริเริ่มโครงการสร้างงานในชนบทหลายล้านตำแหน่ง ความต้องการในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการเดินตามนโยบายประชานิยมของทักษิณเป็นอย่างมาก  หรือ ประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย แห่งฟิลิปปินส์ที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศว่า “ฉันเป็นสานุศิษย์ของทักษิโณมิกส์อย่างไม่อาย” และนับตั้งแต่ปี 2549  เมื่อจีนเปิดตัวโครงการขนาดยักษ์ใหญ่เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางการลงทุนของรัฐที่ต้องการเนรมิตโครงการ “การพัฒนาชนบทตามแนวทางสังคมนิยมรูปแบบใหม่” ขึ้นในพื้นที่ชนบทห่างไกล ทางปักกิ่งได้ยกเลิกภาษีการเกษตรทั่วประเทศ จัดสรรเม็ดเงินหลายร้อยล้าน(เหรียญสหรัฐ)ให้กับอุตสาหกรรมในชนบทและนอกจากนี้ยังหาหนทางเพื่อช่วยฟื้นฟูจังหวัดที่ยากจนทางตอนกลางของประเทศ(ย้อนไปในปี 2003 จีนได้ส่งคณะผู้แทนชุดหนึ่งไปยังประเทศไทยเพื่อศึกษา “ทักษิโณมิกส์” ตามรายงานของทางการจีน)

    บรรดาผู้นำของจีนได้ยืนยันถึงความสำคัญของสิ่งที่ประธานาธิบดี หู จิ่นเทาเรียกว่า “การเติบโตที่ก้าวไปพร้อมกัน” เมื่อครั้งที่สภาประชาชนแห่งชาติจัดการประชุมขึ้นช่วงเดือนมีนาที่ผ่านมาและไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานการวิเคราะห์ของจีนและต่างประเทศได้บอกเป็นนัยว่าในเร็วๆนี้ทางปักกิ่งจะเปิดเผยถึงมาตรการทางด้านการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดยักษ์ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ภาคเศรษฐกิจที่มีข้อเสียเปรียบ

    ในฐานะผู้นำชาติอาเซียนที่เป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน หากไม่ผิดพลาดทางการเมืองแบบมโหฬารอย่างไม่น่าให้อภัยเสียก่อน ทักษิณอาจก้าวขึ้นสู่ “ทำเนียบปูชนียบุคคลแห่งแวดวงนักคิดทางเศรษฐกิจผู้ยิ่งใหญ่” ไปแล้ว โดยในช่วงปลายปี 2548 เขาได้ขายกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของครอบครัวให้กับบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ที่สนนราคา 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐโดยไม่ต้องจ่ายภาษี ดีลการซื้อขายครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็น”การวางแผนที่ผิดพลาด” แม้แต่ในประเทศที่มีวัฒนธรรมการเมืองแบบระบบพวกพ้องที่อะลุ้มอะหล่วยต่อกันอย่างไทย ในการเปิดเกมรุกโต้ตอบทักษิณครั้งนี้ ได้มีการประสานความร่วมมือกันระหว่างชนชั้นสูงที่เป็นกลุ่มทุนเก่า พรรคร่วมฝ่ายค้านและผู้มีอำนาจในกองทัพโดยเรียกร้องให้เขาลาออกและจัดแสดงการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนที่ทำให้กรุงเทพฯเป็นอัมพาตอยู่หลายเดือน 

    ต่อมา ในวันที่ 19 กันยายน 2549 กองทัพไทยได้ทำรัฐประหารเป็นครั้งที่ 13 นับตั้งแต่ปี 2488 เข้ายึดอำนาจการปกครองขณะที่ทักษิณยังอยู่ที่กรุงนิวยอร์คเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ที่องค์การสหประชาชาติ

    ในตอนแรก รัฐบาลทหารพยายามที่จะเก็บพับ “นโยบายทักษิโณมิกส์” โดยเชิดชูยกย่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตแบบพุทธขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาสะท้อนกลับอย่างรุนแรงที่เป็นไปแบบทันควันทำให้บรรดานายทหารต้องรีบเปลี่ยนแนวนโยบายแทบไม่ทัน แม้กระทั่งโละทิ้งโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 รักษาทุกโรคของทักษิณเปลี่ยนมาเป็น “รักษาฟรีทุกโรค” แทน รัฐบาลชุดใหม่ของไทยได้เดินตามรอยนโยบายของทักษิณด้วยการออกมาตรการลดภาษีน้ำมัน ใช้ไฟฟ้า-ประปาฟรีสำหรับครัวเรือนขนาดเล็กและกระทั่งขึ้นรถเมล์-รถไฟฟรี!

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีกล่าวถึงมาตราการที่ออกมาเหล่านี้ว่านโยบาย (6 มาตรการ 6 เดือน)เหล่านี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีสูงถึงร้อยละ 6 และสามารถลดการใช้จ่ายของครัวเรือนได้ประมาณ 350 เหรียญสหรัฐต่อปีโดยเฉลี่ย

    “ผู้ที่นำเสนอนโยบายเหล่านี้มาปฏิบัติจะได้คะแนนเสียงอย่างแน่นอน ส่วนผู้ที่ยกเลิกนโยบายเหล่านี้จะสูญเสียคะแนนเสียงแทน” นิธินัย สิริมัทการ นักเศรษฐศาสตร์อิสระกล่าว

    แต่นั่นเป็นเพียงบางส่วนของการอธิบายถึงความนิยมของนโยบายประชานิยมเท่านั้น เมื่อผลงานในอดีตของทักษิณแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม บทสรุปอีกอันที่ตามมาก็คือ “นโยบายคู่ขนานที่เฉียบแหลม” จริงๆแล้วมันทำงานได้ผลนั่นเอง

October 14

โรคจิต

*
กลับมาอยู่บ้าน
นั่งเล่นคอมไปวันๆ
อยากทำตัวให้มีประโยชน์ อยากทำนั่นนี่
แป๊ปๆ มืดล่ะ ไม่ได้ทำไรสักที
 
อากาศ ร้อนกลางวัน ฝนตกตอนเย็น ทุกวัน...ทุกวัน
เกลียดฝน ไป7วันก่อน ก้ไปลุยขี้หมาละลายน้ำมา เซ็ง
 
ก็เลยโรคจิตที่ว่า อยู่บ้านก็ไม่ทำไร
นั่งคิดแต่ว่า จะเปิดหน้าต่างบานไหน ปิดบานไหน
ลมจะผ่านตัวกุให้เย็นๆ
จะเปิดม่านไหนรับแสง Indirect
นั่งหันหลังให้กำแพง เป็นร้อนๆหว่ะ สงสัยต้องติด fin
อยากได้ระแนงไม้งามๆ
ตอนเที่ยงแดดส่องระเบียงหว่ะ ร้อนชิปหาย
เลยไปซื้อติกเกอร์ตัดแสงที่ ไดโซะ มาติด ดีขึ้นนิดนึง
 
วันๆคิดแต่เรื่องพวกนี้ บ้าไปแล้วกุ
นี่ถ้าไม่ได้เรียน Enviฯ มากุคงไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องพวกนี้
แต่...ก็ประเทืองปัญญาดี
เฮอๆ
*
September 12

Test

อัพ สเปส ได้ แล้ววววววววววว
July 18

เสียดายNY

เซ็งเล็กๆ ที่รู้ตัวช้า
ที่ตัดสินใจทำ Japan foundation
เพราะมันมี 19 สาขาทั่วโลก
ไม่งั้นกุ คงตามล่า ไปดู Case ที่ NewYork แล้ว
เสียดายจิงๆ
ไม่งั้นก็จะมี Case ของจิงจากนอก
มาลงBookไว้เท่ๆ
ว้า...
July 10

Franky's come back

*
Intro...
กลับมาแล้ว
หายไปนานเป็นเดือน
มีเรื่องให้คิด มีเรื่องให้ทำ So Busy
 
ประเด็นคือ...
วันนี้ ตะกี้ ได้คุยกะซังกุง กะ ข้าว
เฮ้อออ
ภาพต่างๆมันเลยหวนกลับมาอีกครั้ง
นี่กี่วันแล้วนะ...(นับ)
48วัน ถ้านับไม่ผิด
เฮ้ออ เป็นไร ชอบพูดไม่ออก
ตื่นเต้น อีกแล้ว
ดี...รึ แย่ ว่ะ ที่ทำแบบนี้
ถ้าเรื่องราวมันแฮปปี้ หรือถ้าไม่เป็นเยี่ยงนั้น
ก็พยยามลืมมันซะ ถ้าลืมได้...มันคงดี
ดีกว่า....ที่ผ่านมา
(เป็นการเขียนที่ยากจัง)
 
จะเป็นยังไงต่อไป...
คงไม่มีไรแล้วล่ะ...เอาเฮอะ
แต่เร็วๆนี้คงได้เข้าเมืองหลวง...think more!
 
*
การเรียน...
เกิดอยากเปลี่ยนโครงการสำหรับThesisขึ้นมาซะงั้น
ตอนนี้คือ...Japan Foundation
จะรอดไม๊ ต้องติดตาม คิดว่า หวังว่า คงมีความสุขในการทำนะ
นี่แหละ ก็เลยต้องเลือกSite ที่เมืองหลวง
ก็ต้องJapan Foundation หาข้อมูล หาSite
เร็วๆนี้...
คิดๆ ต้องทำไรมั่ง...เยอะนะเนี่ย
1.พาLuzyไปคืนเจ้าของ!!!
2.ขอข้อมูล Japan Foundation
3.หา Site ซะให้ได้
4.เอา ipod ไปอัพไทย
5.ไปเอา Fossil ที่เข้าศูนย์มานาน สมชื่อแบรนมัน...5เดือนเอง
6.เกือบลืม เอาเชคไปขึ้นเงิน 200$ แหนะ
7.อยากไป TCDC ข่าวว่าใกล้ปิด...ไม่น่า
8....นึกไม่ออกล่ะ
 
*
Family...
ก่อนหน้านี้โดนพ่อ+แม่ hack เข้ามายังSpacecsแห่งนี้
เซ็ง ไปพักใหญ่ๆ
กุไม่ค่อยเล่าไรให้พ่อกะแม่ฟังนักหรอก
555+ ก็ตลกๆ แบบเซ็งๆ
 
บ้านตอนนี้ใกล้เสร็จล่ะ ขึ้นบ้านใหม่เร็วๆนี้
ไม่พอใจในหลายๆจุด มากๆ
แต่ต้องทำใจ เพราะทุกอย่างมี..."เงิน" เป็นตัวกำหนด
Design ให้ตาย เงินเท่านี้ ก็ได้เท่านี้ล่ะว่ะ
จิงๆกุแทบไม่ได้ทำไรเลย เฮอๆ
กุมันโลภ กิเลสเยอะ อยากได้นั่นได้นี่ไปหมด
ทั้งๆที่จ่ายค่าบ้านไปเยอะทีเดียว
กุก็ยังแต้เอา แว่นใหม่ กะจอLcdมาจนได้
โครงการต่อไปเป็นปริ้นเตอร์ 555+
7500฿ กว่าๆเอง 555+
ทุนไม่ออกสักทีง่ะ ไม่งั้นจะไปซื้อเองเลย
อยากได้ mini cooper ด้วย จิงๆนะ
ราคาจะได้บ้านอีกหลังเอา
 
life...
อยู่กับตัวเอง ดูแลตัวเอง...ไปวันๆ
ไปตีเทนนิสมาวันก่อน เหนื่อยมาก
เล่นไม่นาน ไม่หนักนะ แต่หายไปเกือยบ5เดือนอ่ะ
เฮอๆ
 
แต่...2-3วันนี้ อยู่กลางคืน นอนกลางวัน
แบบเต็มตัว นอนเช้า ตื่นบ่าย3
ทรมานนะ กลางวันมันร้อนอ่ะ อยากแก้ผ้านอนจิงๆ
ร้อนเหี้ยๆ สิวกลับมาอีกแล้ว เจ็บ เซ็ง
กลางคืน...อยู่หน้าจอ อ่านข่าว เล่นเนต
นานๆจะหาข้อมูลที
ช่วงนี้สนใจงาน Graphic เซิชเนตไปเรื่อย
ไม่อยากเป็น Tect แล้ว นับวันยิ่งรู้สึกความรู้ลดน้อย
ไม่มีการพัฒนา แย่ๆ
 
คิดถึงอนาคตอยู่บ่อยๆ ตัดสินใจไม่ถูก เยอะ
หาเส็นทางตัวเองไม่เจอ
-ใจนึงก็อยาก...ไปเทคคอสภาษาอังกฤษแบบจิงๆจังๆ
-ใจนึงก็อยาก...เอาภาษาญี่ปุ่นดีกว่า กุต้องได้ดีที่นั่นสิ
-ใจนึงก็อยาก...จบ ทำงาน เก็บเงิน
-ใจนึงก็อยาก...ต่อโทด้านอื่น Graphicอีกหลายๆสาขาที่น่าลอง
-ใจนึกก็อยาก...ไปอยู่ญี่ปุ่น
-ใจนึงก็อยาก...ไปอยู่เมกา
-ใจนึงก็อยาก...ตาย!
 
 
 
-miss

ข่าว

สัมภาษณ์พิเศษ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ที่ ฮ่องกง


           "ประชาชนคิดถึงผม ห่วงใยผม ชื่นชอบในสิ่งที่ผมทำ"  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษ ขณะพำนักอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดใจกับสื่อมวลชนไทยภายหลังถูกยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

 วางอนาคตทางการเมืองของตัวเองต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร

            ทักษิณ : พูดไปหลายครั้งแล้ว ยืนยันยุติบทบาททางการเมืองที่ผ่านมาได้ ทุ่มเทให้กับบ้านเมืองให้ประชาชนและจงรักภักดีมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพราะฉะนั้น มาทำหน้าที่ที่อื่นที่ไม่ใช่การเมืองดีกว่า ยังทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ถวายพระราชกุศลบ้าง เพื่อการศึกษาบ้างเพื่อการกีฬาบ้าง ถ้าจะเน้นตรงนี้ก็คงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนคนการเมืองไทยรักไทยเดิม แน่นอนคงมาเยี่ยามาเยือนมาปรึกษาบ้างก็ให้ความคิด ให้คำแนะนำปกติ

 มองอย่างไรที่ยังมีคนสนับสนุน 

            ทักษิณ : คือต้องเข้าใจก่อนว่า ผมทำงานหนักและงานของผมที่ทำไป สัมผัสได้หมด หลายคนรอดชีวิตเพราะนโยบายผม เหล่านี้ประชาชนสัมผัสได้ ความรักความห่วงใยความคิดถึงยังมีอยู่ จะบอกให้มันจางหายไป มันคงไม่เร็วหรอก เพราะฉะนั้นประชาชนที่คิดถึงผมในระยะนี้จึงมีอยู่ ในเมื่อผมเลิกการเมืองแล้ว มันก็ลืมเป็นเรื่องธรรมดา

 เป็นห่วงไทยรักไทยหรือไม่ 

            ทักษิณ : ผมคิดว่าวันนี้ไม่อยากให้ตัวผมเองเกิดความขัดแย้ง เพราะเขาไม่แฮปปี้กับผม แม้คนส่วนใหญ่จะแฮปปี้กับผม สิ่งที่สังคมไทยควรจะเป็น คือการแสดงออกในการเลือกตั้ง ชอบก็เลือก ไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก จบกันไป ใครชนะก็ต้องไปทำหน้าที่ให้ดี เป็นกติกาสากล แต่ถ้าเราไม่ยอมรับอำนาจประชาชน โทษว่าประชาชนยังโง่อยู่จนซื้อได้ อย่างนี้เราไม่มีทางจะพัฒนาประเทศได้ แต่ถ้าพวกเรายังมองว่า ไม่มีจิตสำนึก ความจริงวันนี้ความคิดนี้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้างั้นทหารคงไม่ตั้งงบ ส่งคนไปกดดัน เพราะถ้าทหารเขารู้ว่าเขาคิดเป็น ก็ต้องข่มขู่ นี่คือสิ่งที่เคยตัว

 ความตั้งใจเลิกการเมืองเพราะโดนยึดอำนาจใช่หรือไม่ 

            ทักษิณ : ไม่เกี่ยวนี่ เพราะผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของสังคมไทย และผมได้ทำงานมาเยอะแล้วทางการเมือง เมียก็บอกว่าถ้ากลับไปเล่นการเมือง สงสัยต้องกลับไปหย่า

 เสียงวิจารณ์ท่านส่งท่อน้ำเลี้ยงให้กับการชุมนุม 

            ทักษิณ : โอ้ว...วันนี้รัฐบาลมีกลไกในการติดตามเงิน ก็รู้ว่าเงินในบัญชีเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง เงินไม่ได้เคลื่อนไหวเลย มีแต่เอาไปลงทุน ซึ่งธรรมดาใครจะเก็บเงินสดทั้งหมดล่ะ ก็ต้องซื้อหุ้นบ้าง ซื้อที่ดินบ้าง ไปลงทุนซื้อกิจการอย่างอื่น เห็นชัดอยู่แล้ว เงินไม่ได้ไปไหน


 มองอย่างไร กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 

            ทักษิณ : คืออยู่ที่ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร ถ้าบริหารแบบไปเรื่อยๆ ให้ข้าราชการประจำทำให้ และตัวเองมีหน้าที่เห็นชอบไม่เห็นชอบตามราชการ ถ้าอย่างนี้ใครก็เป็นนายกฯ ได้ ถ้าคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันการแข่งขัน จนมีรายได้ดีมีเงินใช้ ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง แต่ว่าสิ่งที่โดนกับผม คงจะหาคนที่กล้าเปลี่ยนแปลงได้ยากแล้ว ฉะนั้น ทุกคนก็จะมาทำงานแบบรูทีน เพราะไม่มีใครกล้าเปลี่ยน ผลสุดท้ายก็โดน ขนาดผมก็ยังโดนอย่างนี้


 ผู้นำใหม่ควรมีคุณสมบัติอย่างไร 

            ทักษิณ : ตอนนี้ผมปล่อยวางจริงๆ ไม่คิดเลย แล้วแต่ประชาชน ประชาชนก็ทำหน้าที่ได้ส่วนหนึ่ง วันนี้กระบวนการจัดการมันเหมือนหนวดปลาหมึก ลงไปถึงหมู่บ้าน ผมยังเอาตัวไม่รอดเลย ขนาดคนเคยเป็นอดีตนายกฯ ยังถูกทำร้ายขนาดนี้ เราทำร้ายกันเอง ประเทศอื่นเขานั่งหัวเราะเยาะ มองว่ามันยังไม่รักกันเลย

 กรณีที่ คตส.จี้ให้แบงค์ชาติตรวจสอบเงินซื้อแมนฯซิตี้ 

            ทักษิณ : เงินผมทำมาหากิน ผมประกาศแจ้งไว้ก่อนล่วงหน้าที่จะเข้ามาเล่นการเมือง ถามว่าถูกต้องหรือเปล่า โดยจริยธรรม คุณธรรมถูกต้องมั้ย ข้อกฎหมายถูกต้องมั้ย สรุปแล้วคือว่า ต่อไปนี้ใครจะเข้าการเมืองต้องอย่ามีอะไรแล้ว ถ้ามีอะไรกูจะยึดให้หมด เงินผมทำมาหากินสร้างตัวเอง มา 20 กว่าปี ถูกต้องหรือเปล่า ฝากช่วยคิดด้วย

 คดีหลายคดีที่ถูกฟ้องมีความมั่นใจจะต่อสู้ได้หรือไม่ 

            ทักษิณ : ถ้าตรงไปตรงมาเราไม่มีผิดสักเรื่อง แต่มันเล่นเอาธงไปปัก วันนี้มันเป็นเรื่องของธงทุกอย่างธงหมด 

 ใช้เวลาเท่าไรที่จะกลับมาสู้คดีในเมืองไทย  

            ทักษิณ : ผมไม่เคยคิดว่าประเทศไทยที่ผมรักจะเป็นอย่างนี้ สิ่งที่บรรพบุรุษสร้างมาชั่วลูกชั่วหลานที่ทำให้ระบบเป็นที่น่าเชื่อถือ วันนี้จะถูกทำร้ายขนาดนี้ 

 จะกลับมาสู้คดีหรือไม่ 

            ทักษิณ : ถ้ากลับมาช่วงนี้ คงไม่มีความเป็นธรรมแน่ บางคดีอยู่ๆ เปลี่ยนองค์คณะ ถ้าคนไหนพิจารณาตรงไปตรงมา โดนแล้ว อย่างนี้มันเสียหายทั้งระบบ

 ที่ผ่านมาได้คุยกับนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์และประธาน คมช.บ้างหรือไม่ 

            ทักษิณ : คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ธงของเขาคือต้องจัดการผม คุยไม่รู้เรื่อง เคยโทรศัพท์คุยกับนายกฯ แต่ 1-2 ครั้ง  

 การไม่กลับเพราะกลัวความไม่ปลอดภัยหรือไม่ 

            ทักษิณ : มันมีอยู่เรื่อย ๆ มีช่วงหนึ่งมีข่าวว่าจะส่งคนไปที่อังกฤษ
 
 กระแสขอลี้ภัยการเมืองเป็นอย่างไร 

            ทักษิณ : ไม่ลี้หรอก ทำไมต้องลี้ ผมเป็นคนอำเภอสันกำแพงไม่ใช่อำเภอลี้ 

 แนวทางสมานฉันท์จะเกิดขึ้นหรือไม่ 

            ทักษิณ : ถ้าเที่ยวปักธงไปหมด คงยาก ไปตรงไหนก็ปักธงตรงนั้น ใครเชียร์ไทยรักไทยก็ปักธงต้องล้างออกให้หมด วิธีสมานฉันท์ดีที่สุดคือหันหน้าเข้าหากัน พูดด้วยเหตุผล ให้ความเป็นธรรมซึ่งกันและกัน ใครผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ไม่ใช่เอาศัตรูคนไม่ชอบกันมานั่งสอบสวนกัน มันไม่มีระบบยุติธรรมที่ไหนในโลก

 มองอย่างไรกับการที่ประธานคมช. ส่งสัญญาณเล่นการเมือง 

            ทักษิณ : ก็ดี ลงมาเลยจะได้ถูกตรวจสอบบ้าง


ข้อมูลจาก 
โพสทูเดย์

June 04

แล้ววันสุดท้ายก็มาถึง

ในที่สุด... ใครรู้ อีก3ชม.ก่อนเลิกงานได้ไปล้างจาน ล้างไปน้ำตาไหลไป 555+ มันทั้งดีใจ ทั้งเศร้า ทั้งหวิวๆ...มากๆ คงคิดถืงทุกคน ไม่เว้นแม้Brian 555+ ก่อนออกมากอดกันใหญ่เลย พวกมีวีรกรรมกันเนี่ย ทั้งBrian ทั้ง Elen ไม่ได้ลาMichel อย่างเป็นทางการ ไม่ได้ลาLyn เลย เสียใจ คิดถืงน่าดู วินาทีที่เปิดประตูออกมาจากMc ลมเย็นพัดเข้ากระทบใบหน้า มันโล่งงง มันเย็น มันเป็นอิสระแล้ว แต่มันก็ หวิวๆ ทีเดียว เมื่อวานทำงานอย่างมีความสุขมาก เมื่อรู้ว่าไปแน่ๆแล้ว วันนี้ทำงานไม่หนุกเลย เพราะกุต้องสอนคนรัสเซียที่มาใหม่ ภาษาแย่กว่ากุหลายเท่านัก ใบ้หนักกว่ากุอีก กว่าจะคุยกันรู้เรืองเหนื่อยแทบตาย ใบ้ใส่กันอยู่ได้ ตอนนี้ีที่บ้านInternational มาก มีทั้ง รัสเซีย จอร์แดน จาร์ไมกา ไทย เอาสำเนียงแต่ละคนมาใส่กัน เฮอๆ ก็ยังดี ได้พูดบ้างเบาๆ มาแป็ปๆ กุก็ไปล่ะ เฮ้อบบบบบบบบบบบ ขากลับเดินรำลึกเป็นครั้งสุดท้าย Lincoln & Woodstock แห่งนี้ ไปนั่งเล่นแม่น้ำอันนี้น กับลงไปเล่นน้ำที่park ตีนแข็ง น้ำแม่งไม่อุ่นขึ้นเลย เสียดายไม่ได้ไป สนามเด็กเล่นนั้น อากาศมันครื้มๆอ่ะ ความทรงจำดีๆ พวกนี้ มันดีจริงๆ...ความทรงจำสีจาง(555+) พรุ่งนี้เช้าเดินทางไป Boston & NewYork คนเดียว...จะรอดไม๊ เอาฮาๆ เอามันๆ 555+ ตื่นเต้นเล็กๆ แต่ไปBoston บ่อยล่ะ หวังว่า...หวังว่าไปไม่หลงไปผิดเมือง 555+ หวังว่าคงถึงNY โดยดี เออ...เหี้ยมาก กระเป๋าหนักมากกกก ยัดแทบไม่ลง ล้อก็หักไปข้างนึง ขามาลำบากเหี้ยๆ ลูซี่กลายเป็นปลากระป๋องไปล่ะ เป้สะพายหลังอีกใบที่แทบยกไม่ขี้น 555+ กระเป๋าสะพายของเก๋อีกที่ใส่ของจำเป็น ตอนนี้ไม่เหลือสภาพล่ะ ขาดหลุดรุ่ยสุดๆ...แต่ก็ยังใช้ ถืิอถุงอีกใบ ใส่ลำโพงipod ...ลำโพง...คิดได้ไง ไม่นืกถีงตอนกลับเลยนะมิง แล้วนี่จะรอดไม่นึกภาพตัวเองบ้าหอบฟางสุดๆ แขวนไว้ทั้งตัวอ่ะ... ไปล่ะ...คงไม่ได้เล่นเนตอีก...ไม๊ อาจอัพอีกทีที่ไทย... +ลาก่อน 3เดือนกันประสพการณ์ครั้งนี้...New Experience +ติดต่อเนตรไม่ได้เลย ไม่รับสายกุ กุออกจากงานละนะ ไปลุยต่อ แบบเดาๆ +เริ่มเครีบดเรื่องเรียน กุยังไม่เห็นอนาคตThesis กุเลย แง่ เรียนอีกปี!!! +ติดถึงๆ
June 01

เหนื่อย กะเรื่องวุ่นๆ ก่อนกลับ

ตอนนี้สะบักสะบอมมากๆ มากๆ เจอมาเจอมากมาย เหนื่อย เป็นแค่ ๓ เดือน ที่ได้อะไรมากมายจริงๆ ทั้งดีๆ และแย่ๆ แย่มาก ถึงมากที่สุด การเอาตัวรอด อดทน กดดัน เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ นี่เป็นจุดพีกอีกครั้งมั่งเนี่ย ก่อนกลับ ทำเรื่องวุ่น ยากๆ อัพอีกที จากไดในสมุด ที่เขียนได้มัน เร็ว สะใจ กว่าการพิมเป็นไหนๆ (เขียนไม่ทันความคิดอ่ะ ต้องย่อๆเอา) May 30,2007 ...ตอนนี้เครียดมาก กังวล ตื่นเต้น มันเยอะมากมายหลายเรื่องไปหมด เฮ้อ...เหนื่อยกับที่นี่จัง ...และแล้วเรื่องที่เคยคิดเล่นๆตอนเฟิร์นต่อสู่เพื่อไปจากที่นี่ ว่าถ้าถึงคราวตัวเองจะทำยังไง? จะรอดไม๊ เดาๆแบบกุ ตอนนี้มันมาถึงแล้ว มันเริ่มแล้ว กุตัวคนเดียว ตัวเดาๆ โง่ๆตัวนี้จะรอดไม๊เนี่ย...เครียด ...เริ่มไงดี เอาตั้งแต่คอนขอ Brian ออกละกัน (ครั้งแรก) ตอนนั้นก็ตื่นเต้นนะ แต่ต้องบอกมันไป เพราะมันคือวันล่วงหน้า ๒ อาทืตย์ก่อนออก ก็ขอออกวันที่ ๘ มันก็ตกลงง่ายๆ จนกุตกใจ คงเพราะคงจะมีตนมาทำแทนมั้ง... ...วันถัดมา ป้าอังโทรมา โทรมาชวนไปอยู่ด้วยที่ new york (ป้าอังคือ พี่ของป้าตา ป้าตาเป็นป้าข้้างบ้านที่รู้จักกับป้าตู่ ซึ่งป้าดู่เป็นป้ากุเอง) แล้วคิดดูว่าความสัมพันธ์มันจะห่างขนาดไหน เพิ่งจะรู้ก็ตอนจะมานี่เอง ว่ามีป้าห่างๆๆห่างมากอยู่นี่ หน้าก็ไม่เตยเห็น ๕๕๕ ด้วยความเกรงใจของกุที่มีอยู่แล้ว เลยเพิ่มมากขึ้นไปอีก นอกเรื่องล่ะ... ...คือแกบอกว่าขาดคนทำงานทที่่ร้านลุงล่ะ ดูแล้วอยากให้ไปมากๆ (ตอนหลังป้าอังโทรมาบ่อยจนสนิทไปแล้ว ๕๕๕) (ป้าอังดีมากๆ อยากช่วยทุกอย่าง กุก็บอกเกรงใจๆทุกครั้งไป) คือกุก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วด้วยล่ะ เลยเริ่มเครียดที่ต้องไปขออีกรอบ ต้องบากหน้าไปคุยกะมันอีกหรอเนี่ย บักเขียด(ชือที่เด็กไทยเอาไว้ด่า กะนินทา) คือมันเข้าทางมันอ่ะ ดูจากรูปการแล้ว จากกรณีของเฟิร์นกะข้าว ที่เซเยสไปแล้ว แล้วจะมาเปลี่ยนตอนหลัง ๒วันละ ที่ยังไม่มีโอกาสสะที เรียบเรียงคำพูดอยู่ตลอดเวลา ๕๕๕ แต่มันใกล้แล้วต้องบอกให้ได้ในวันนี้ ไม่งั้นจะกระชั้นเกินไป วันนี้DayOff แต่ตั้งใจแล้วเลยเดินออกไป ต้องไป...๒ไมล์สำหรับวันหยุดกุ ไปถึงก็ทำใจไม่ได้ นั่งอยู่นานเลยล่ะ มีเดินไป P&C ก่อนด้วย แล้วค่อยเดินกลับมา เฮอๆ คื่อมันทั้งที่เป็น Brian เหี้ยๆ ทั้งที่มันถือไพ่เหนือกว่า ทั้งต้องเรียบเรียงคำพูด (แล้วบักนี่ก็เป็นห่าไรของมึงชอบเร่งเร้ากุจัง what Franky what??? ให้กุเรียบเรียงหน่อยได้ไม๊ จะบ้าเอา อย่าให้พูดไทยกันนะ ด่าชิปหายล่ะ) ...หนักสุด มีเรืองข้าวมาตัดหน้าก่อนกุบอกไป ทำให้เป็นเรื่องหนักใจขี้นมาอีกหลาบเท่าตัว เฮ้อ คือข้าวอ่ะไปแล้ว ดันกลับมาซะเนี่ย เฮ้อ เรื่องมันยาวนัก มันมากจริงๆ แต่เอาเฮอะ คือข้าวกลับมากุ รู้สืกเหมือนมาหยามหน้ามันอ่ะ แล้วม้นก็ไม่พอใจเอามากๆด้วย เป็นกุก็คงเซ็งอ่ะ... ...หนทางริบหรี่หนักใจขึ้นมากๆ มากๆ จิงๆ คือข้าวอ่ะกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน แล้ววันนี้ Brain & Patty ดันเห็น จะเอาเรื่องให้ได้ โทรไปบอก-AAG ว่าจะ terminate VISA ไร้สาระสุดๆ Patty เนี่ย เสือกกะโหลกไรกะเค้าว่ะเนี่ย แม่ง เครดิตกุก็ลดดิงี้ ยังไม่ได้บอกนะเนี่ย กำลังเครียดดันมีเรื่องนี้แทรก เอ้อออ ลืม เรื่องเต้ยด้วย จะออกเสาร์นี้แล้วเหมือนกัน เฮ้อ หนักๆ... ...นั่งอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไปบอกมัน "May i change the day i'm finish" มันตอบมาทันที NO!!! กุก็ Plezๆๆๆ ทำไมต้องขอมันขนาดนี้ด้วยเนี่ย แล้วก็บอกเหตผลไปว่าต้องไปเยี่ยมป้าที่ NY ซึ่งป้าอังผ่าตึดเข่ามาจริงๆพอดี เลยเอามาขอ ขออยู่นานๆ นานมากๆ มันก็เลยบอกเดี๋ยวให้คำตอบ ติดต่อ Barbara AAG อีกที... ...เฮ้อ เหนื่อย คิดไว้ไม่มีผิด ให้กุโทรไปขอ Barbara จะรอดไม๊เนี่ย ตอนนี้ AAG ก็ต้องเข้าข้างมันอยู่แล้ว เพราะมีเรื่องข้าวให้มันถูก Brian ว่าอยู่แน่ๆตอนนี้ เขียดบอกเค้าต้องการคุยกะหมอทีเดียว เฮ้อ หนักๆ งานนี้ นี่ต้องโทรไปรบกวนป้าอังอีกรอบนะเนี่ย เฮ้อ แล้วต้องโทรไปหาเค้าเนี่ย จะรอดไม์ขนาดเฟิร์นเก่งๆยังแทบ.. นะ จะไม่ได้เอา เฺฮ้อ วุ่นวายๆ... ...สู้อีกนิด จะเป็นไงต่อไปว้าาา รึจะต้องทนอยู่ที่นี่ต่อถืงวันที่8 อยากไปNY แล้วด้วย หาข้อมูลที่ที่ต้องไปละ ไม่พอแน่ 2 วัน ยิ่งถ้าเข้า Museum ด้วยล่ะ คงหมดเวลาไปเยอะทีเดียว Guggenheim Museum กุจะได้เข้าไม์เนี่ย... ...โทรไปหาป้าอังมาล่ะ เฮ้อ เหนื่อยได้อีก บอกเกี่ยวกับที่ทำงานอ่ะ พูดเหมือนจะไม่อยากได้แล้ว เพราะมันสั้นเกินไป อาทิคย์เดียวเอง เลยบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสแล้ว เรื่องงาน แค่อยากไปๆแล้ว แล้วก็บอกรายละเอียดของวันนี้ไป ขอป้าอังว่าถ้าเค้าขอคุยด้วยได้ไม๊ ป้าอังก็ยอม เกรงใจจริงๆ ยาวเหลือหลาย พักก่อน เด๋วมาต่อ มีอีกยาว ชีวิตยยังไม่จบเพียงเท่านี้
May 19

ใกล้...แล้ว

 
เฮ้ออ
ช่วงนี้หม่นหมอง
เฟิร์นคงพูดถูกว่าเรามองโลกในแง่ดีเกินไป
อยากให้ในบ้านแฮปปี้
เฮอๆ อย่างว่า ต่างพ่อ ต่างแม่ ต่างนิสัย
จะชอบกันบ้าง เกลียดกันบ้าง มันก็ห้ามกันไม่ได้
 
ระบาย...
วันนี้นอนอยู่บ้าน DayOff
ก็ไม่ถึงกับหลับ สักพักเต้ยตื่นมาโวยวายมั้ง
ว่าแม่ง กูไม่ล้างจาน๒วันนี้ กองได้นาดนี้เลยหรอ
ข้าวก็เลยพูดไรสักอย่าง เบลอๆ
มันก็ตะโกนมาว่า แล้วบางคนทำไมต้องล้างเฉพาะต่อหน้าผู้หญิง
ตรงนี้ล่ะ ตื่นเลย...
 
ซ่างงแม่งง
ที่พูดมามันก็ไม่ผิด ผู้หญิงล้างจะให้กุนั่งเฉยหรอ
รู้สึกแย่มาสักพักล่ะ
ก่อนหน้านี้ล้างตลอด เก็บบ้านมาตลอด
ใครล้างเอกล้าง ป้อล้าง กุก็ช่วย
ทำคนเดียวก็ทำ แม่งงง
กลับมารกตลอด
พักหลักเลยคว่ำบาต ไม่ทำแม่งสักอย่าง
กุแดกของกุ กุล้างของกุ ถ้ากุคิดจะไปช่วยใครล้าง
นั่นคือกุล้างให้คนอื่นอยู่ แม่งง
ไม่อยกคิดงี้เลย สถานการทำให้กุชั่วไปแล้ว
ใจนึงก็คิดทำไมกุต้องเป็นคนดี แก่ก็แก่กว่า
ต้องมาเป็นขี้ข้าให้หรอไง
พอล่ะ...พอใจล่ะ
 
เมื่อก่อนเคยแคร์ความรู้สึกเต้ยมาก
ช่วงมีเรื่องวุ่นๆ บอกแล้วไม่อยากให้เกลียดกัน
ตอนนี้ มันคงไม่ชอบหน้ากุจิงๆแล้วล่ะ
ปล่อยไป อีกแป๊ปเดียว
 
+++++++++
 
วันก่อน
แทบบ้า คือปกติจะลุ้นBusลง
คือถ้ามีBusลง จะเป็นอะไรที่หนักมากก
รถนักเรียนลงมาสั่งเนี่ย ทำให้ตายกันไปข้าง
เมื่อวานวันเมมโมเรียลไรไม่รู้
ค่ายตำรวจลง แม่งงง แดกกันแต่ ดับเบิ้ลควเตอร์ชีส
ตายไปข้างทำแบบ หนักมาตลอดสองชั่วโมงติด
ถุงมือแบบขาดได้อีก แต่ไม่มีโอกาสเปลี่ยนหรอกนะ
นิ้วทะลุ แดกกันไป
ฟร้อนก็เร่งกุกันจ๊างงง โดนคริสตินตะโกนกลับสะใจมาก
Erinเร่งมากก คริสตินซึ่งปกติพูดน้อยมากกกกกกกก
แทบไม่ปริปาก ๕๕๕ วันนี้ตะโกนกลับ I do it again
เนื่องจากมันเร่งให้ทำใหม่ ฮามากกก
ก็มันดี สะใจ หนักที่สุดตั้งแต่ทำมา
ดีที่ Brian Manager หัวควยไม่อยู่
เกลียดมัน ถ้ามันอยู่จะออกงานตั้งแต่บ่าย
ไม่อยู่ช่วยถึงบ่ายสองหรอก เชี่ย สัดหมา
วันนั้นเลยได้โอไปชั่งโมงนึง เฮอๆ
เหนื่อย
แต่ละวัน ยื่นนับเวลาเลิกงาน เบื่อ...
ใกล้ล่ะ...
 
+++++++++++
อีกครั้ง...อีกแล้ว
วันจันนี้ขอเดออฟ จะไปBostonกันอีก
เงินหายอีกไม่ต่ำกว่าร้อยแน่ๆ
เอาเฮอะ มีให้เที่ยวอยู่แค่นี้
ไปส่งเฟิร์น กะข้าวด้วย
ไปได้ไกลแค่นี้ล่ะ...เศร้า
ไม่อยากนึกถึงเวลาจากเลย
เฮ้ออ มันคงเศร้า มันคง....
 
Stay...Palmy
อาจมีฝนที่หล่นมาชั่วคราว
และเมฆขาวที่ผ่านมาเพียงชั่วคืน
เจอะกับลมก็ปลิวไป
ไม่มีใครรื้อฟื้น
ไม่ได้เป็นความยั่งยืนเสมอไป

แต่กับเธอที่ผ่านมาชั่วคราว
และเรื่องราวที่เปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน
กับอะไรที่เป็น ก็ยังไม่เคยลืม
เหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ

เราไม่เคยจะรักกัน
มีแต่วันที่อ่อนไหว
ผ่านเลยไปและไม่เคยจะกลับมา

เป็นแค่ความประทับใจ
ที่ยังคงแน่นหนา
มีแต่ฝนมีแต่ฟ้าที่เข้าใจ

ใต้ต้นไม้ที่ไม่มีร่มเงา
กิ่งก้านมันไม่ได้สูงสักเท่าไร
แต่รากลึกลงในดินหยั่งลึกลงในใจ
มีความหมายมากมายตลอดมา


 นอกจากจะได้เจอทุกสภาพอากาสแล้ว
ยังได้ทุกอารมความรู้สึก จิงๆ
เป็นประสพการณ์ทั้งดี...ดีมาก
แน่นอน ร้าย...ก็ได้ไม่ต่างกัน
เมกา...ให้ได้มากกว่าที่คุณคิด
๕๕๕
 
 
 
 
May 10

ฝัน

ฝันเป็นภาษาอังกฤษ
๕๕๕
ไม่ได้จะเก่งไรหรอกนะ
ก็เดาๆในแบบของกุ
 
อยากกลับไทยจิงๆ
เบื่อแล้ว
ตอนนี้กำลังกลุ้ม เฮ้ออ
 
ว่าจะออกจากงาน ๒๕ นี้
เที่ยว Boston ๓ วัน
แล้วมันจะไปค้างอยู่ Newyork อีกเป็นอาทิตๆเลย
ไงดีว่ะ
เพราะตั๋วเครื่องบินมัน ๑๒ ง่า
เครียด บอกข้าว กะเฟริ์นไปแล้ว
อยากไปเป็นเพื่อนผู้หญิงไปกัน ๒ คนเนี่ยนะ
แต่ก็ติด ซังกุง ไฟล์ทบินกลับด้วยกัน
แต่มันต้องการทำงานเต็มที่เก็บเงินซื้อ แม็คบุค
กุอ่ะ ตัดใจไปนานล่ะ อยากเที่ยวอยากกลับ
เฮ้ออ อีกอัน...คดีติดตัว ๕๕๕
จิงๆต้องไปข้นศาล ๑๑ แต่ยังไงก็คงไม่ทัน
หนี ๕๕๕
ติดแบล็คลิส ห้ามเข้าประเทศแน่
อยากเลื่อนตั๋วให้เร็วกว่านี้
ไม่อยากติดอยู่นิวยอคเป็นอาทิต
เงินน้อย ไปหาวัดนอนดีกว่า
จิงๆที่บ้านให้ไปอยู่กะป้าอัง แต่เกรงใจจังว่ะ
หน้ายังไม่เคยเห็นเลยย
เฮ้ออ
 
...จนได้อีก
...คิดมากได้อีก
May 02

ต้องอัพ!!!

จิงจิงตอนนี้ก็เมาแล้วอ่ะ
แต่ขออัพจิงๆ มันแบบ เฮอๆ เกิดขึ้นได้อีก... นะ
 
ไงดี..  ตอนนี้จะตีสี่ล่ะ
ชม.ก่อนหน้านี้เพื่อนโดนตำรวจจับมาล่ะ ๕๕๕
ตำรวจเมกา...New Experience
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า...
วันนี้ วันที่๒ เป็นววันเกิดเต้ยมัน ก็นะ ป้าตี้เล็กๆฮาๆ
แดกเบียร์ขำๆ เมาได้ที่ เคริก(เพื่อนฝรั่ง) แม่งชวนไปดูน้ำตก
บอกเดินไม่ใกล เนื่องจากที่พัก ก็เป็นป่าๆอยู่แล้วด้วย
ด้วยเวลาตีกว่าๆ แม่ง ก็ถือเบียร์แดกกันไป
กุอ่ะ ไม่ไร เพราะแดกไปแค่สองป๋อง เดินไปกะเฟิร์น กะซัง
เดินเป็นเพื่อนเฟิร์นอ่ะ ดูเค้าไม่ค่อยอยากมา
ก็ไปถึงน้ำตกกัน ไม่สวย มืดก็มืด ป่าก็ป่า
กุ ซัง เฟริน เลยเดินขึ้นมาก่อน เตรียมตัวกลับ
เสือกมีแสงไฟตามถนน ในความมืดสนิทของป่า มาจอดตรงหน้า
แสงนั้นคือแสงรถตำรวจ บรึง!!!!
ไงละมึง ด้วยความที่คนทั้งหมดที่ไป
(ลีไว เคริท เต้ย ซัง กุ เฟิร์น ข้าว ป้อ เจมส์)
มีเต้ย กะ ซัง อายุไม่ถึง ซักเสือกเดินขึ้นมาก่อน ตำรวจมาเลยส่งเบียร์ให้กุ
ก็เออ ไม่คิดมาก ก็รับไว้
ก็โดนค้นตัว ท่ามกลางความมืด ไม่มีแสงไฟจิงๆ มัยป่ามาก มีแค่แสงไฟรถตำรวจ
ก็ถามอายุแต่ละคน เต้ยโกหกอายุ รอด
ซังไม่อ่ะ ดดนจบ ใส่กุญแจมือ เวลานี้ล่ะ กุหน้าหล่ามากๆๆๆๆๆๆๆ
ขำไม่ออก แต่ก็ยังไม่ซีเรียสนะ ยังไงก็อายุเกิน
แต่ๆๆๆๆ ก็ผิดกดหมายอยู่ดี ด้วยความว่าเค้าห้ามเปิดเบียร์นอกบ้าน
แล้วนี่ถือเดินซะ สองป๋อด้วย เลยโดยสะ ใบสั่ง
พรุ่งนี้ต้องไปขึ้นศาล(ดูน่ากลัวไปไม๊) เฮอๆ คือเค้าแปลมางี้อ่ะ
กุก็โง่ๆฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ต้องไปโรงพักล่ะกัลล
ขึ้นศาล.... จิงหรอ กุพูดไม่รู้เรื่องนะ ๕๕๕
แต่ข้าว(เก่งภาษา) บอกว่า อาจมีใต้โต๊ะ จ่ายๆไปก็จบเรื่อง ๕๕๕
ดูเหี้ยจังกุ แต่แบบ ไม่ซีเรียสอ่ะ Levi พยายามขอโทษ กูก็ I don't worry ๕๕๕
I'am funny evry time เดาได้อีก กุ คือเมาแล้วไง ๕๕๕
ก็เป็น New Experience อีกอัน ที่น่าจดจำ และมันตื่นเต้นมากๆ
ลืมบอกว่าเหตการมันเกิดขึ้นท่ามกลางป่า มืดมิด และท่ามกลางสายฝน
มันได้ฟิลจิงๆ มันในหนังวัยรุ้นมากๆ ๕๕๕
พรุ่งนี้จะเป็นไงต่อน๊า
เฮ้อออ
 
-ดีล่ะที่เคริทมันหนีทัน คาดว่าในตัวมันต้องมีปุ้นป่ะ
 ถ้าค้นเจอคงเรื่องใหญ่กว่านี้ ดีล่ะๆๆๆ
-สงสารเต้ยเจ้าของวันเกิด เครียดแทนทุกคนเลย
-สงสารซังกุงโดนข้อหา..ที่หนักกว่ากุนิดหน่อย ๕๕๕
 คือโดนจิงๆเป็นกุ กะซังกุงไง ๕๕๕
-และ...สงสารเฟิร์น ดูเครียด ดูสีหน้าไม่ดี เป็นห่วงจัง
 ไม่ได้คิดว่าจะเป็นห่วงกุหรอกนะ แต่กุโด้นวอรี่จิงๆ
 คงเป็นห่วงซังกุงกันอ่ะ เราก้ห่วง เฮอๆ
-โดนส่งกลับไทย โดน Black list ก็ไม่เสียใจอ่ะ
กุอยากกลับไทยนะบัดนาวว กุไม่อยากอยู่ ไม่อยากมาแล้ววว
อยากไปจี้ปุ่นโว๊ยยยยยยยยยยยยย
-หลังจากเจอพายุวันนั้น กุไม่กลัวแล้วล่ะ เลวร้ายแค่ไหนก็ส่งมาเถอะ
 กุพร้อมสู้ เอามาๆๆๆ กุสู้ตาย ๕๕๕ สะใจจิงๆ
 
นอกเรื่อง
-ซื้อ ipod vedio นานล่ะ 249.99$ อืม หายไปเยอะ
-ตอนนี้คิดไรอยู่นะ ไม่กล้า เฮ้อออ กลุ้ม
 อยู่กะเฟิร์นมากสุดล่ะ คิดไงนะ อืมม งง ๕๕๕
 
 
 
 
April 27

เดือนกว่า

 
อยู่มาได้เดือนกว่าๆล่ะ
มีหลายอย่างผ่านเข้ามาในชิวิต มาก...มากจิงๆ
สนุก ทุข เศร้า ฮา กดดัน 9ล9
 
อึ้ง... มันมากจนไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไง
ตอนนี้อัพไดลงสมุด เขียนไว สะใจดี
เฮ้อออ...
ตอนนี้ทำไรไม่ถูก
กำลังคิดจะหนีกัน เด็กไทย ๘ คน
เฮอๆ อยู่นี่มันแย่ ค่าบ้านแพง หาจ็อบ๒ไม่ได้
manager ก็หัวควย มันชื่อBrian แม่งง F**K
กดขี่ กุได้ก็ทำไป เฮ้ออ เหนื่อยใจ
พูดก็ไม่ได้ เซงง เกิดมาโง่
ภาษาก็ไม่ค่อยจะได้ เพราไม่พุดเอง เฮอๆ
แต่skillการฟังดีขึ้นมากเลย ก็ดีไป
 
อาทิตย์ก่อนฝ่าพายุไปทำงานตอนตี๔ครึ่ง
เป็นอะไรที่เลวร้ายได้อีก ร่มหักเหมือนในหนัง
ไฟดับทั้งเมือง มีแค่แสงไฟฉายตรงหน้าเล็กๆ
กะร่มที่หักๆด้วยแรงลมฝนอีกอัน
เฮ้ออ เรื่องมันยาวจนขี่เกียจจะบรรยาย
แต่มัน... มันตกระกำลำบากได้อีก
 
แต่เจอมาขนาดนี้แล้ว
เจอไรลำบากกว่านี้คงมีกำลังใจ
 
ปล.เกิดมาไม่เคยรู้สึกโง่เท่านี้มาก่อนในชีวิต
นี่กุเพิ่งรู้สึกตัวหรอเนี่ย ใบ้แดกมาก
 
เซงตัวเอง เกิดมาโง่ เกิดมาไม่ตั้งใจเรียน
เซงๆๆๆๆ
March 30

Eng

อยากเก่งภาษามากกว่านี้
นี่ท่ากุได้ภาษานะ
กุจะไปสุดขอบหล้า ฟ้าดินเลย
นี่พูด ก็เดาไป จะไปไหนมาไหน ทำไรก็ลำบาก
เจ็ยใจตัวเอง ที่ไม่ตั้งใจเรียน
บวกกะความซวย
ที่ได้เจอจารสอน อังกิดเดาๆตลอดเลย
ยกเว้น ราศรี ขอนแก่นวิทย์ ๕๕๕
 
อยากเก่งๆๆๆ
กลับไปก็คงต้องไปเรียนต่อ ทิ้งไม่ได้ล่ะ
มันสำคัญจิงๆ อุตส่าจะไม่เอาแล้วนะเนี่ย ชีวิตนี้
เฮ้อออ อยากไปญี่ปุ่นนนนนนนนนนน
March 29

Day Off

วันนี้หยุด
ตื่นมาอยากไป Loon Mountain มากมาย
มันเป็นที่เล่นสกีอ่ะ
คงหมดโอกาสแล้วล่ะ
หมดอาทิตย์นี้ไปหิมะคงละลายหมดแล้ว
เสียใจจิงๆ อุตส่ามาถึงที่นี่
 
จิงๆเคยไปมาแล้ว โดยShuttle Bus
วันนั้นไปฟรี มันบริการฟรี ซึ่งขึ้นไปมันติดป้ายไว้ว่า
บริการวันสุดท้านวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ก็คุยกันกะเฟิร์นว่าวันไหนว่ะ
อ่าวว วันนี้นี่หว่า ๕๕๕ วันนั้นเลยโชคดีที่ได้มีโอกาสไปฟรี
วันสุดท้าย กัน๒คน แต่ ไปเย็นเกินไป เค้ากะลังจะปิด เราแบบ
เซ็งมาก คือกุอยากเล่นสกีมาก เลยไป่ยรูปเล่นกัน
แล้วเห็นเค้าเล่นมันน่าสนุกมาก แล้วเค้าเท่มาก
เท่มากจิงๆ เห็นแล้วอยากเล่นมากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
วันนี้เลยอยากไป แต่มันไม่มีรถแล้ว
หมดโอกาสแล้วล่ะ วันนี้เลยเดินหางานกัน
แต่ออกแนวเดินเที่ยว กะชอปซะมากกว่า
เที่ยวชิลๆ ดูร้านนั้น ออกร้านนี้
แต่ไม่ได้ไรหรอก ดูมันแพงอ่ะ เราอยากได้โนตบุคอ่ะ
แต่ปรากดว่าหิว ไปกินภัตคารอาหารจีนกัน ๔คน
หมดไป ๖๖ เหรัยญ ๕๕๕ ตลก
แต่ก็อิ่มอร่อย ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานมากล่ะ
ก็ ๒๓๐๐฿ โดยประมาณอ่ะนะมือนั้น
แต่มันอร่อย และจานใหญ่มาก สั่งกันคนละเมนู
อิ่มแทบเดินม่ไหว
 
ตลกอ่ะ สนุกดี ไปกะเฟิร์น หัวเราะกันตลอดเวลา
นี่ขนาดเราหัวเราะน้อยกว่าอยู่ไทยนะเนี่ย
แต่ละคนแบบอึ้ง ไม่คิดว่าหนอนจะเป็นแบบนี้
(อยู่นี่เค้าเรียกเราว่า"คุณชายหนอน" สั้นๆว่า หนอน)
ถ้าได้เห็นกุหัวเราะแบบอยู่ไทยคงรับไม่ได้อ่ะ
ตลกอ่ะ อยู่กับเฟิร์นแล้วหัวเราะตลอดเลย
แล้วแบบหยุดไม่ได้กัน หัวเราะเดาๆ ไม่มีเหตุผล
สนุกดี
 
ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่บ้านบิกบราเทอร์มากๆ
คือต่างคนต่างที่ต่างนิสัยมาอยู่ด้วยกัน
ก็แบบ ต้องปรับตัวพอสมควร
ทุกคนมีนิสัยเป็นของตัวเอง มีความเป็นตัวของตัวเองอ่ะ
เฮอๆ เราก็พยยาม ทำตัวเป็นคนดี ๕๕๕
ไม่ไง มันต้องช่วยเหลือกันในหลายๆอย่าง
ถ้าไม่มีน้ำใจคงอยู่ด้วยกันลำบากในสถานการแบบบน่
 
ก็สนุกดี ตกเย็นมาก็ช่วยกันทำอาหาร สนุกมากกกกกก
ไม่มีอดอยาก หรูทุกมื้อ แต่ก็หมดไปเยอะเหมื่อนกัน
ออกค่ากอ
กลางไปครั้งล่ะ ๕ เกรียญเนี่ย
 
นินทาแต่ละคน
ข้าว เรียนอักษรจุฬา น่ารัก สนุกๆ เฟรนลี่ดี
เฟิร์น ตลก อยู่ด้วยแล้วหัวเราะตลอดเวลา
        เวลาใกล้เคียงกันสุดล่ะ เลยรู้สึกเหมือนอยู่กะเฟิร์นตลอดเวลา
เจมส์ เจอหน้าตอนอยู่นิวยอร์ค แม่งเกลียดมัน แต่ตอนนี้แม่ง ชอบว่ะ
       แดกเบียร์ด้วยกัน ฮาๆ ฮาดี ตลกๆ เป็นเหมื่อน ตัวฮาๆในหนังอ่ะ
       ตะกี้ก็ไปบาร์กันมา ๒ คน มันสอนเล่นพูล ก็ดี สนุกดี
เอก เอกดูเครียดอ่ะ ดูมีโลกส่วนตัว เราพยยามคุยด้วย เล่นด้วย
      แต่ตอนนี้ คงมีโลกส่วนตัวไปเรื่อยๆอ่ะ
ป้อ จีบข้าวอยู่
เต้ย ฮาๆ ชอบแกล้งสองสาว แซวตลอด ฮาดี เพื่อนแดกเบียร์ อายุน้อยสุด
      แต่ดู๔แก่สุด เข้าบาร์ไม่ได้ด้วย ๕๕๕ (๘คน กุแก่สุด ๕๕๕)
ซัง กินเยอะ ไปซุปเปอร์จะมีของกินกลับมาตลอด เฮอๆ
 
+วันนี้ยังหนาวอยู่ ลมแรงมากก
+วันก่อนฝันว่าแม่ตาย แบกโลงศพไปวัดด้วยตัวเองทีเดียว
   สงสัยจะคิดถึง แต่ในฝันมันแย่มากเลยอ่ะ
+คิดถึงเมืองไทย เพราะวันหยุดมันน่าเบื่อมากเลยอ่ะ
  จ็อบ๒ก็หาไม่ได้ เซงงงง
+ฝันหวานที่จะมีเงินกลับไปมากมาย คงจบสิ้น ๕๕๕
March 22

USA.

อยู่ไม่ถึงอาทิตย์ มีเรื่องให้อัพมากมาย
มาก มากๆ จน...
 
เฮ้อ แต่ตอนนี้ วันนี้ทำงานจนจะร้องให้
ร้องไปแล้วอ่ะในใจ
ชีวิตจิง มัน...เช่นนี้เอง
 
เชี่ยจริง กดดัน...สุดจะหาคำมาบรรยาย
 
เหนื่อยกายนะไม่...ในใจกุแทบขาดใจตาย
วันแรก ???
 
พรุ่งนี้รับชะตากรรมต่อ ๖ โมงเช้า ที่อุณภูมิศูนย์กว่าๆ
กะความยากของการจำ ความสับสน ความเข้าใจ และภาษา
 
เหนื่อยจิงๆ...เหนื่อยใจ
 
บาย ซียา พุตตา!!!
ฟักกิ้ง ชิต
 
ปล.เปลี่ยนอุทานจาก เชี่ย เป็น ชิท ๕๕๕
March 14

14 แล้วว

*
ง่า บิน15 ไม่ไรเลย
กลัวอย่างเดียว...พูดไงว่ะกุ
อย่างอื่นไม่กลัว ติดอย่างเดียวเนี่ย
 
วันนี้รวมญาติ เลี้ยงวันเกิดแม่
วันที่21 555+ เลี้ยงก่อนๆ
จะไปลงเรือ River side กัน
ค่าหัวจ่ายเอง 555+ คนละ 120฿
 
ตอนนี้ดุๆภาษานิดหน่อย
เอาเท่าที่ได้ เดาๆไป
สู้ตายยยยย
 
March 07

ตะลึง!!!

*
ตอนนี้เป็นพยากรณอากาศ
รายงานสภาพอากาศเมืองที่จะไป
กะนิวยอร์ค
 
เออ...
กูตาฝาด รึคอมผิดพลาด รึอะไรหรอ
-18 องศา เหี้ยล่ะ จะอยู่ยังไงว่ะเนี่ย
555+
ตลกๆๆๆ
ตายๆๆ ตายแน่ๆ ต้องฟิตร่างกายสักหน่อยล่ะ
 
นิวยอร์ค เบาๆ ก็-2 องศาทีเดียว
เชี่ย อยู่ขอนแก่น 15 องศา กุก็จะชักตายแล้วเนี่ย
ตลกๆๆ
 
ช่วงที่ไปจะร้อนขึ้นอยู่
ตามสถิติร้อนสุดที่18องศา !!!
 
สภาพอากาศโดยทั่วไป
*
 
วันว่างๆ ของคนว่างๆ...ไปแดกพิซซา สาขาบิกซีมา
กลับมาตีเทนนิส สนุกๆ
 
พรุ่งนี้เวิร์คชอป วันนี้สิ ตี 4.36ล่ะ
ต้องตื่น 9 โมง ไม่ได้ล่ะ ต้องไปออกกะลังกายตอนเย็น
ไปถึงไม่บายแหงมๆกุ
 
*ฟังไม่ออก-พูดไม่ได้...เดาจังกุอีก 9 วัน...เสียววว
March 05

แต่งเฮียติ่ง

ฮะ ฮะ ฮะ
ตอนนี้เมื่อยคอ เมื่อยตัวสุดๆ
เอาโนตบุตที่ทำงานพ่อมาเล่นบนเตียง
ก้เลยนอนเล่น อยู่ที่พัก
เอาโทรศัพท์แม่มาต่อเนตเล่น
โหลดเอ็มให้พ่อไว้ เพื่อได้คุยกัน อิอิ
 
ตอนนี้อยู่หนองคาย มางานแต่งงานเฮียติ่ง
หลานคนแรกที่แต่งงาน
แอบเซ็ง...
จิงๆพี่ๆก็สมควนแต่งกันแล้วอ่ะนะ
ก็๓๐กว่ากันแล้ว
แต่ประเด็นคือ แต่ละคนเค้าก็...มีคู่กันหมดแล้วอ่ะนะ
ก็เลยถูกพูดถึงบ่อยๆ จิงๆมันก็อีกนานที่จะคิดเรื่องนี้
แต่ๆๆๆ ก็แล้วไง ไม่รู้.........................
................................................
อีกนานๆๆ
โต๊ะจีนอย่างหรู กุ้งธรรมดา แต่ตัวใหญ่จะเท่ากุ้งมังกรเอา
แซบบ สิครับแ
พรุ่งนี้เห็นว่าจะไปลาวกัน ไปดีไม๊
เบื่อ ไปมาเจ็ดแปดรอบ ไม่เห็นมีไรเลย
อยากไปหลวงพระบาง แต่ตอนนี้ไม่มีทั้งพาสปอร์ท
ทั้งบัตรประชาชน พี่อ้อมเอาไป
 
+เหมือนจะไม่ได้ไปค่ายเลย
+ใกล้บินแล้ว ยังพูดไม่ได้ฟังไม่ออก เดาจัง
+เป้ก็ไปออส บินวันเดียวกัน แต่คนละเวลา อยากไปด้วยว่ะ
+เมื่อยจิงๆนะเนี่ย แต่ก็ยังเล่นต่อไป
February 28

Mail

*
อิบานส่งเมลไรมาให้ไม่รู้
รู้แต่ว่า....ตรงจังว่ะ ตรงมาก เอริ๊กๆ
สำหรับคนเกิดเอนกันยายน
 
กันยายน  - มีเสน่ห์มัดใจ
ลักษณะทั่วไป
ผู้ที่เกิดเดือนนี้มีเสน่ห์มัดใจคนด้วยคำพูด  เป็นผู้มีรสนิยมดี
ช่างคิดช่างไตร่ตรอง  จิตใจอ่อนโยนต่อคนทั่วไป สุภาพอ่อนโยน ประนีประนอม
ระวังตัวแจ วางขั้นตอนชีวิตอย่างเป็นแบบแผน
เงียบ.. แต่จริงๆ มีทักษะในการพูดดี
เยือกเย็นและสงบ ใจดี  เห็นอกเห็นใจคนอื่น รอบรู้เรื่องต่างๆ ซื่อตรง อ่อนไหว
ความจำดี ฉลาดและสนใจใฝ่รู้ ชอบการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ  มีแรงจูงใจ
เข้าอกเข้าใจ เก็บความลับอยู่ รักกีฬา  กิจกรรมยามว่าง และการเดินทาง

การงาน คนเดือนสิบสุขุมในเรื่องงาน  ทำงานเก่ง ช่างคิด

ความรัก เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะได้พบแบบไม่ทันตั้งใจ  เป็นคนมีผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ย
ใบหน้าสั้นอารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้าง
คนเกิดเดือนนี้อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง
ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชายถือว่าเป็นมงคล

ข้อเสีย ไม่ค่อยมีเหตุผล ชอบตอกย้ำจุดอ่อนคนอื่น ชอบการวิพากษ์วิจารณ์
ช่างเลือกโดยเฉพาะเรื่องแฟน
ไม่แสดงอารมณ์ซะจนเกือบจะเป็นคนเก็บกด
*
เมื่อคืนฝนตก วันนี้อากาศดีมากๆๆๆๆ
ชอบๆๆ อากาศหลังฝนตก นอนอย่างมีความสุข
ตื่นมาอย่างสดใส 555+
*
เย็นนี้ไป ยูบาร์กัน เย้ๆ R&B11
 
 
February 27

VISA

*
เข้าเมืองหลวงไปสะมภาษVISA
ไม่พูดมากละกัน อยากอัพ แต่ขี้เกียจพิม(จะคอยดู)
ก็ขาไป ไปก็บี เอารถไปกันเอง
แม่บีดูฤกษ์มาให้ละ วันดีๆ
เริ่มต้น ยังไม่ออกจากคณะ ลืมกุญแจไว้ในรถวะงั้น
โชคดี มีเบอร์ช่าง โทตามมางัดรถ ดีไป
 
ออกเดินทาง ขับไปถึงสีดารถเสีย ซะงั้น
เสียอย่างรุนแรง เป็นไงล่ะขับ 160 555+
ตลกจัง นั่งข้างในสบายใจ แอร์เย็นฉ่ำ
หารู้ไม่ เครื่องข้างนอกแทบเยิน 555+
ตลก ช่างถามตอบขับ100 แม่บีถามขับ80
 
อิอิ ก็ได้ญาติๆบีที่โคราชไปส่งนิดหน่อย
ก้มีอุปสรรคหลายอย่าง แต่ก็มีทางออกไปได้เสมอ
นี่ล่ะมั่งวันดี สนุกดีไปอีกแบบ แต่แอบเหนื่อยนิดๆ
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
 
วันถัดมาก็ออกซื้อของใช้
ได้ลองจอน2ชุด รองเท้าดำใส่ทำงาน
เสื้อใส่เล่นๆ2อัน เอานากาไปเข้าศูนย์Fossil แม่งง
อีก3อาทิตยืได้ จะทันไม๊ล่ะ...ไม่ทัน
เอารูปที่อัดไว้เมื่อชาติที่แล้ว เยอะมาก 6เล่ม
ดีบ้าง เสียบ้าง เด๋วสแกนมาลงให้ดู
รอต่อนะ เพราะมันเยอะมากกกกกกก
 
เดินๆเหนื่อย ปวดขา อยากได้ถุงนอนใหม่
แวะเอาของมาเก็บบ้าน หนัก เพิ่งจะบ่าย
ออกไปสยามเซ็นต่อ ไปลอฟได้ไฟฉาย
จนเย็นกะลังจะกลับ บีโทมา จะมาหา
(หนีพี่ใหม่ คู่เดทที่นัดบอดกันไว้ 555+)
มากินติ่มซำกันต่อ เดินสยามกลางคืนอีกหน่อย
กลับมาหลับเป็นตาย หลับสนิท โดนลักหลับคงไม่รู้ตัวอ่ะ 555+
เหมือนนอน5นาที ตื่นมา6.30 ลงมาอาบน้ำ แต่งตัว
เรียบร้อยกว่าชีวิตนักศึกษาปกติ
 
รอคิวเข้าสัมภาที่สถานฑูต 8.30
ถาม ไปทำงานไร พ่อทำงานไร เรียนเมเจอร์ไร จบ
เร็วมาก ฝรั่งช่อง10 เส็ดสายๆ ไปกินข้าวสยาม
แล้วนั่งนครชัยกลับเลย เหนื่อยมากก เดินเยอะ
 
ถึงค่ำๆ อ่านข่าว เล่นเนต เชคเมล
รายละเอียดการบินมาล่ะ
 
เชคอิน 2ทุ่มวันที่15 บินตี1วันที่16
อีก2อาทิตกว่าๆ เอง ยังไม่ได้เตรียมตัวดอกด๋อยไรเลย
แถวนี้ก้ยังมีนั่นนี่ให้ทำจุกจิกอีกเล็กๆน้อยๆ
 
ช่วยน้องหญิง+ตุ๊กติ๊ก / บริจากเลือด / ล้างรถ / ติดต่อเอดไวเซอร์
ไปงานแต่งเฮียติ่ง / ไปค่าย / ทำเสื้อค่าย / เวิคชอป6-7 /
ทำโมเดลหุยให้เส็ด / ทวงแผนที่+รูปอีก / เก็บของไปเมกา
ย้ายของออกจากบ้าน / ย้ายออกจากสตู / จูรี่(ลืมได้ไง)
ต้องทำแบบเพิ่ม(ดีไม๊นะ) / ....จุกจิกเล็กน้อยไปเรื่อย
 
ติดต่อป่านมาล่ะ
ตัดสินใจว่าจะทำ ศูนย์ศิลปาชีพ กุดนาขาม จ.สกลนคร
จารรับแล้ว2 คือจีอบกะอุ๊ ดีใจด้วยง่ะ
แล้วเค้าก็อยากรับแค่2ง่ะ แต่ถ้าไม่ได้จิงๆก็จะรับ
เค้าถามว่าดูใครไว้มั่ง ก็บอกว่าดูหนุ่ยไว้ แต่จารเค้านั่นนี่ๆ
แกเลยว่าจะไปคุยให้ 555+ เด็กเส้น
เออ เอาใครก็เอา อย่าเป็นป.พงก็พอ มีแนะนำให้ด้วย
ว่าไม่ไปหาประพันพงล่ะ...เลยตอบว่า จารเค้าน่ากลัวอ่ะครับ คิกๆๆ
จารบอกปิดท้ายว่า กับศรัณย์ก็เคนตรวจแบบมาด้วยกันแล้ว
ก็คงไม่มีปัญหาไร เพราะขยันดี น่าจะไม่มีปัญหา
กุเลยหัวเราะดังมาก ลั่นห้องเลย อ๊ากๆๆๆ
(ในใจ 555+)
จารจะรู้ไม๊นะ ว่าครั้งล่าสุด ศรัณย์ มีส่งแค่แปลน กะ โมเดล
555+ ประวัติศาสตร์ ชาติสถาปัตคงไม่มีมาก่อนอ่ะ
เหี้ย ขนาดนี้ อ๊ากๆๆๆ
 
ก็ออกมาแบบมีความหวังเล็กๆ
เพราะแอบพูดล็อกเอาไว้ว่าถ้าไม่ได้จารคนอื่นจารต้องรับผมนะครับ
555+ ล็อกคอสุดริด ไม่ป่านก็หนุ่ยละว่ะ อย่า ป.เลย เบื่อร์
*
February 20

ต่อไป..

*
ส่งกบ ส่งป. ส่งหนุ่ย
เหลือสอบโก้อ่ะ 22 นี้
จูลี่ตรงกะสัมภาษวีซ่า ขอเลื่อนล่ะ
 
โปรเจค เหี้ยสุดๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นไปได้ขนาดนี้
มีแต่แปลนกะโมเดล
คิดจะทำเพิ่ม...ดีไม๊ เหนื่อย เบื่อ ศุกร์นี้ก็ไม่อยู่แล้ว
เข้ากรุงสัก23 ขี้เกียจไปกลับ เหนื่อย ต้องซื้อของด้วย
 
หาซื้อลองจอน หมวก กะรองเท้าใส่ทำงาน
แม่โทไปถามเค้าอีกแล้ว ปานลูกคุนหนู
ก้ดี ได้ความว่า...บิน15 พักเครื่องที่เกาหลี
ถึงนิวยอร์ค ไม่นอนแล้ว เพราะกำหนดการช้า
 
ข่าวว่าหนาวติดลบ - - -
เลื่อนก็ดี ทั้งที่ไม่อยากเลื่อน
3-11 เป็นค่ายอาสา
6-7 มีเวิร์คชอปโปรแกรมที่ใช้ออกแบบ
 
อาจไปค่ายช่วงแรก กลับมาเวิร์คชอป แล้วไปเตรียมของต่อที่กรุง
เออ สิ้นเดือนต้องย้ายบ้านด้วย
ทยอยขนของอีก...
 
*
28 R&B11 มา U-Bar แฟนคลับไม่พลาด
*
 
Photo 1 of 33

Weather

Loading...